sarntanan

การประชุมผู้ถือหุ้น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ประจำปี 2563

การประชุมผู้ถือหุ้น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ประจำปี 2563 สนใจใช้บริการ ติดต่อเรา

การประชุมผู้ถือหุ้นกู้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประจำปี 2563 โดย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

การประชุมผู้ถือหุ้นกู้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประจำปี 2563 โดย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

3 สาเหตุที่ลงทุนในหุ้นแล้วไม่รวย ได้กำไรน้อย ขาดทุนเยอะ ขาดทุนแล้วไม่กล้าตัดใจขายทิ้ง

       ขาดทุนแล้วไม่กล้าตัดใจขายทิ้ง คิดว่าจะดีเหมือนในอดีตแม้สถานการณ์เปลี่ยนไป หรือลงทุนแล้วกำไรหน่อยเดียวก็เอา ถือเป็นพฤติกรรมที่นักลงทุนควรแก้ไข เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการลงทุน มากยิ่งขึ้น        นักลงทุนไม่ว่าจะมือเก่าหรือมือใหม่ บางครั้งอาจมีคำถามคาใจว่า “ทำไมลงทุนไปแล้วไม่ รวยสักที” เวลาได้กำไรก็ได้เพียงหลักพัน แต่พอขาดทุนขึ้นมาแต่ละทีกลับเป็นหลักหมื่น บางคนถึงกลับเครียด นอนไม่หลับไปหลายคืน จริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้เกิดจากอะไร และเราจะแก้ไขได้อย่างไร เพื่อไม่ให้ลงทุนไปแล้วได้กำไรน้อย ขาดทุนเยอะ K-Expert มีคำตอบในเรื่องนี้มาฝาก 1. ขาดทุนแล้วไม่กล้าตัดใจขายทิ้ง           เมื่อเราลงทุนไปแล้วเกิดหุ้นตก ตลาดหุ้นอยู่ในช่วงขาลง หลายคนขาดทุน แต่ก็ไม่กล้าตัดใจขายหุ้นทิ้งไป เปรียบเหมือนกับการที่เราซื้อตั๋วเข้าไปดูหนังที่คาดว่าจะสนุกสมกับที่รอคอยมานาน แต่พอฉายไปได้สักพักกลับพบว่าไม่สนุกเอาซะเลย คำถามคือ เราจะทำอย่างไรระหว่าง “ทนนั่งดูหนังต่อไป” หรือ “ตัดใจเดินออกจากโรงหนังตอนนั้นเลย”           คนส่วนใหญ่มักเลือกดูหนังต่อไปทั้ง ๆ ที่ไม่สนุกด้วยเหตุผลหลักคือเสียดายเงิน ซึ่งถือเป็นความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเงินที่เราจ่ายไป เพราะอย่างไรเสียเราก็ได้จ่ายเงินจำนวนนั้นไปแล้ว ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ก็ตาม การที่เราทนนั่งในโรงหนังต่อไปก็แปลว่า เงินก้อนนั้นเราจ่ายไปเพื่อให้เกิดความทุกข์           ดังนั้น เมื่อคิดดูให้ดีแล้ว เราควรตัดใจเดินออกจากโรงหนังแล้วเอาเวลาไปทำอย่างอื่นเพื่อให้ชีวิตเรามีความสุขมากกว่า การลงทุนก็เช่นกัน หากหุ้นตกและเห็นท่าไม่ดี ก็ควรตัดใจ เปลี่ยนไปหุ้นตัวอื่นที่มีแนวโน้มจะสร้างโอกาสใหม่ให้กับเราดีกว่า 2. …

3 สาเหตุที่ลงทุนในหุ้นแล้วไม่รวย ได้กำไรน้อย ขาดทุนเยอะ ขาดทุนแล้วไม่กล้าตัดใจขายทิ้ง Read More »

เลือกหุ้นต้องพิถีพิถัน หลังไวรัสระบาด เมื่อตลาดหุ้นไทย ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

เมื่อตลาดหุ้นไทย ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จนทำให้นักลงทุนต้องปรับกลยุทธ์การลงทุนใหม่เพื่อลดความเสี่ยง คำถามตามมา ก็คือ มีหุ้นประเภทไหนที่สามารถลงทุนแล้วสบายใจ 14 มกราคม 2563 วันแรกที่ประเทศไทยรายงานว่าคนไทยรายแรกที่ติดเชื้อไวรัส COVID-19 โดยดัชนีหุ้นไทยปิด 1,586.90 จุด และวันถัดมา (15 มกราคม 2563) ดัชนีหุ้นปิด 1,581.05 จุด 31 มกราคม 2563 ดัชนีหุ้นไทยปิด 1,514.14 จุด และในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนตลอดเวลา เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ COVID-19 “COVID-19 มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเต็มๆ ซึ่งเดิมทีเศรษฐกิจไทยก็ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่” อาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ให้ความเห็น นอกจาก COVID-19 แล้ว ปัจจัยที่มีผลต่อระบบเศรษฐกิจไทยในปีนี้ เช่น งบประมาณล่าช้า โครงสร้างพื้นฐานมีการปรับเปลี่ยนในหลายอุตสาหกรรม มีผลกระทบต่อการจ้างงาน เช่น ธุรกิจบริการ เริ่มหันมาใช้ระบบออนไลน์ โรงงานอุตสาหกรรมใช้ ROBOT …

เลือกหุ้นต้องพิถีพิถัน หลังไวรัสระบาด เมื่อตลาดหุ้นไทย ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 Read More »

บริการระบบจัดประชุมผู้ถือหุ้นที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน และพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง

บริการระบบจัดประชุมผู้ถือหุ้นที่ได้มาตรฐาน และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับเงื่อนไข กฏข้อบังคับต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ บริษัทฯ มีประสบการณ์ในการจัดประชุมผู้ถือหุ้นมายาวนานกว่า 20 ปี ทำให้เรามีความเชี่ยวชาญในการจัดประชุมผู้ถือหุ้น และเข้าใจทุกขั้นตอนในการจัดประชุมได้เป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้พัฒนาบริการและระบบจัดประชุมผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อให้รองรับเงื่อนไขต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ พร้อมทั้งมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อภาพลักษณ์และการกำกับกิจการที่ดีของบริษัทลูกค้า เพื่อให้การจัดประชุมผู้ถือหุ้นของท่าน เป็นไปอย่างราบรื่น และเพื่อการกำกับกิจการที่ดี เรามีบริการจัดหาอุปกรณ์งานประชุมผู้ถือหุ้นที่มีคุณภาพ บริษัท อินเวนท์เทค ซิสเท็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด (“INV”) ได้จัดประชุมผู้ถือหุ้นมาไม่น้อยกว่า 200 บริษัท จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เราเชี่ยวชาญขั้นตอนการประชุมเป็นอย่างดี และเรายังได้มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีคุณภาพมาให้บริการกับลูกค้าทุกราย เพื่อให้การจัดประชุมผู้ถือหุ้นของท่าน เป็นไปอย่างราบรื่น และเพื่อการกำกับกิจการที่ดี

ส่อง 3 เรื่องที่นักลงทุนต้องระวังในการวิเคราะห์ตลาดหุ้น มีอะไรที่จะช่วยในการวิเคราะห์การลงทุน

ในยุคที่มีการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็วผ่านช่องทางต่างๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ดี ว่านักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ได้ช้าไปกว่านักลงทุนสถาบันหรือนักลงทุนรายใหญ่ แต่การเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็วทำให้มีข้อมูลในปริมาณมากจนเกินไป ทำให้นักลงทุนจำเป็นต้องรู้จักการตีความวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น วันนี้ผมขอยกตัวอย่างเรื่องที่ต้องระมัดระวังในการวิเคราะห์กัน เรื่องแรกที่ต้องระมัดระวังคือ การวิเคราะห์ Fund Flow ของต่างชาติรายวัน การเข้าถึงข้อมูลสรุปสิ้นวันตรงนี้เป็นเรื่องที่นักลงทุนมักจะนำมาวิเคราะห์กันเป็นรายวันเพื่อสรุปว่าต่างชาติมีมุมมองอย่างไรกับหุ้นไทย นักลงทุนต้องระมัดระวังอย่างมากในการใช้ข้อมูลตรงนี้ด้วยความถี่รายวัน ตัวอย่างเช่น สิ้นวันเห็นนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยมูลค่าสูงมาก นักลงทุนไม่ควรด่วนสรุปทันทีว่าต่างชาติมองหุ้นไทยไม่ดีเลยขายออกมา ในบางครั้งยอดขายสุทธิบนหุ้นสิ้นวัน อาจเกิดขึ้นควบคู่กับยอดซื้อสุทธิสิ้นวันของนักลงทุนต่างชาติบนกระดาน TFEX (สัญญา SET50 หรือ Single Stock Futures) ก็เป็นได้ เพราะนักลงทุนต่างชาติต้องการทำ Aribitrage หรือ Hedging ระหว่างกระดานหุ้นและ TFEX โดยที่จริงๆ แล้วไม่ได้มีมุมมองขึ้นหรือลงกับหุ้นไทยเลย ซึ่งประเด็นนี้มีโอกาสเกิดขึ้นมากเรื่อยๆ เนื่องจากในปัจจุบันพอร์ตลงทุนต่างประเทศที่มีการเทรดกลยุทธ์พวกนี้เป็นที่นิยมมากขึ้น การวิเคราะห์ Fund Flow ของต่างชาติควรดูข้อมูลรอบๆหลายๆอย่าง เช่น ค่าเงินบาท อัตราดอกเบี้ยพันธบัตร หรือนักลงทุนที่ต้องการดูยอดขายหุ้นสุทธิเท่านั้นก็ควรจะดูข้อมูลเป็นช่วงระยะเวลาที่ยาวขึ้นเป็นรายสัปดาห์มากกว่าการดูเป็นรายวัน นอกจากนั้นความเชื่อที่ว่ากองทุนต่างชาติมีการปรับเปลี่ยนมุมมองหุ้นไทยเป็นรายวันอาจจะขัดแย้งกับนโยบายการลงทุนของกองทุนส่วนใหญ่ที่มักจะเป็นการลงทุนระยะยาวมากกว่าการเทรดรายวัน    เรื่องที่สองคือ การวิเคราะห์สัญญาซื้อขายล่วงหน้าด้วยความเชื่อว่า มีนักลงทุนรายใหญ่หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งสามารถผลักดันราคาขึ้นลงได้ การที่นักลงทุนมีความเชื่อตรงนี้ทำให้ไปให้ความสำคัญกับรายใหญ่ และไปให้ความสำคัญกับลักษณะและปริมาณการวาง Bid Offer ของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าบนกระดาน TFEX จนมากเกินไป โดยมีความเชื่อที่ว่ามีรายใหญ่คุมราคาอยู่ โดยปกติแล้วราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้านั้นอ้างอิงกับดัชนีหรือหุ้นอ้างอิงในกระดานหุ้น การผลักดันสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจึงเป็นไปไม่ได้เลยตราบใดที่ดัชนีหรือราคาหุ้นไม่ได้ขยับไปไหน ตัวอย่างเช่น SET50 Futures อาจมีราคาที่แกว่งตัวแรงกว่าดัชนี SET50 บ้างขึ้นอยู่กับปริมาณการซื้อขายที่เกิดขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ SET50 Futures ก็จะวิ่งขึ้นลงควบคู่ไปกับดัชนี SET50 เสมอ เรื่องต่อมาคือ …

ส่อง 3 เรื่องที่นักลงทุนต้องระวังในการวิเคราะห์ตลาดหุ้น มีอะไรที่จะช่วยในการวิเคราะห์การลงทุน Read More »

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากเล่นหุ้น แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี วันนี้ เรามีคำแนะนำเบื้องต้นมาฝากกันครับ

มาทำความรู้จัก “การเล่นหุ้น” กันก่อน การเล่นหุ้น หรือการลงทุนในหุ้น คือ การซื้อหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในการซื้อขายหุ้นนั้นมีอยู่ด้วยกันสองตลาด คือ ตลาดแรก และตลาดรอง การซื้อขายในตลาดแรก หรือการซื้อขายหุ้น IPO (Initial Public Offering) เกิดจากการที่บริษัทต้องการระดมทุนจากนักลงทุนเพื่อขยายกิจการ โดยราคาหุ้นจะถูกกำหนดไว้ให้นักลงทุนมาจับจอง ในการซื้อหุ้น IPO นั้นจะต้องจองซื้อผ่านผู้จัดจำหน่ายเท่านั้น เช่น บริษัทหลักทรัพย์ หรือตัวแทนจำหน่ายหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์แต่งตั้ง ส่วนการซื้อขายหุ้นหลังจากนั้น จะเป็นการซื้อขายหุ้นในตลาดรอง ซึ่งเป็นการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ นั่นเอง ราคาของหุ้นในตลาดหลักทรัพย์จะเปลี่ยนแปลงตามผลการดำเนินการของบริษัท และสภาวะตลาดตามหลักของ demand supply ครับ  ผลตอบแทน ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นนั้น โดยหลัก ๆ แล้ว มี 2 ประการ อันดับแรก คือ Capital Gain หรือกำไรจากส่วนต่างของราคาหุ้นที่เราซื้อมากับราคาที่เราขายไป ส่วนที่สอง คือ เงินปันผล (Dividend) หรือเงินส่วนแบ่งผลกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในระหว่างปีที่นำมาจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้น  เล่นหุ้นมีความเสี่ยง ความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นอาจมองได้เป็น 2 ส่วนเช่นกัน คือ ความเสี่ยงจากปัจจัยภายใน และความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก …

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากเล่นหุ้น แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี วันนี้ เรามีคำแนะนำเบื้องต้นมาฝากกันครับ Read More »

หลายคนคงสงสัยกันว่า หนังสือชี้ชวนกับรายงานประจำปีแตกต่างกันอย่างไร และมีประโยชน์อย่างไร?

หนังสือชี้ชวนกับรายงานประจำปีแตกต่างกันอย่างไรและมีประโยชน์อย่างไร? สำหรับกรณี “หนังสือชี้ชวน” เป็นสารสนเทศที่อาจมีความสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์ หนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน คือ เอกสารสำคัญที่บริษัทจัดการจะต้องจัดทำขึ้น และต้องเผยแพร่ให้ผู้ลงทุนทราบ หรือแจกจ่ายให้แก่ผู้ลงทุน (เมื่อถูกร้องขอ) ทุกครั้งที่มีการเสนอขายหน่วยลงทุน หนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ซึ่งบริษัทจัดการจัดทำขึ้นให้มี 2 ส่วน คือ ส่วนสรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบ ส่วนข้อมูลโครงการ ส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ที่ผู้ลงทุนควรทราบ ต้องมีรายการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ ลักษณะที่สำคัญของกองทุนรวม (key feature) ชื่อ ประเภท และอายุของโครงการ จำนวนเงินทุนของโครงการ มูลค่าที่ตราไว้ จำนวนและราคาของหน่วยลงทุนที่เสนอขาย นโยบายและวัตถุประสงค์การลงทุน นโยบายการจ่ายเงินปันผล วันที่เสนอขายหน่วยลงทุน สถานที่ติดต่อซื้อขายหน่วยลงทุน ชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ดูแลผลประโยชน์ นายทะเบียนหน่วยลงทุน และผู้สอบบัญชี กำหนดเวลาการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนภายหลังการเสนอขายครั้งแรก และระยะเวลาการชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุน (เฉพาะกองทุนเปิด) หลักเกณฑ์และกำหนดเวลาการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (ถ้ามี) (เฉพาะกองทุนปิด) ข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมในกรณีที่เป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมมีประกัน เป็นต้น คำเตือนและข้อแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนในหน่วยลงทุน เช่น “การลงทุนในหน่วยลงทุนมิใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงของการลงทุน ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกก็ได้” (ยกเว้นกรณีกองทุนรวมมีประกัน) “ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนให้เข้าใจก่อนซื้อหน่วยลงทุน …

หลายคนคงสงสัยกันว่า หนังสือชี้ชวนกับรายงานประจำปีแตกต่างกันอย่างไร และมีประโยชน์อย่างไร? Read More »